Thai TB CPG

แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย · ฉบับล่าสุดทุกหมวด

← CPG Portal
กองวัณโรค กรมควบคุมโรค

สรุปแนวทางวัณโรคประเทศไทยฉบับล่าสุด สำหรับผู้ใหญ่ (อายุ > 15 ปี)

รวม 5 เอกสารหลักไว้ในที่เดียว พร้อมป้ายกำกับแหล่งที่มาทุกหัวข้อ

ใหม่ พ.ย. 2568การตรวจวินิจฉัยวัณโรคและวัณโรคดื้อยาMolecular first + DST (INH + RIF) 100% ทุกราย · เก็บเสมหะ 2 กระปุกเมื่อดื้อยา
ใหม่ 2568TPT ในผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อเอชไอวีแยก 3 กรณี · 1HP/3HP ตามน้ำหนัก · สัมผัส MDR พิจารณา Lfx 6 เดือน
2566สูตรยา BPaLM / BPaLMDR/RR-TB 6 เดือน, อายุ ≥ 14 ปี · ติดตามด้วย aDSM
2566CPG วัณโรคระยะแฝง (TPT)3HP/1HP/3HR/4R/6–9H · ขนาดยาตามอายุและน้ำหนัก
2564แนวทางการควบคุมวัณโรค (NTP)2HRZE/4HR · ADR/DILI · กลุ่มพิเศษ · การขาดยา · ผลการรักษา

🏷️ ป้ายแหล่งที่มา

NTP 2564 แนวทางการควบคุมวัณโรคประเทศไทย พ.ศ. 2564   Dx 2568 แนวทางการตรวจวินิจฉัยวัณโรคและวัณโรคดื้อยา (ฉบับปรับปรุง 2568)   TPT 2566 แนวทางเวชปฏิบัติวัณโรคระยะแฝง 2566   HIV-TPT 2568 แนวทางคัดกรองและรักษาวัณโรคระยะแฝงในผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อเอชไอวี 2568   BPaLM แนวทางการรักษาด้วยสูตรยา BPaLM/BPaL กองวัณโรค   WHO ข้อมูลเสริมจาก WHO ที่ไม่ได้อยู่ในแนวทางไทย

⚡ Key numbers ที่ควรจำ

หัวข้อสาระสำคัญที่มา
การวินิจฉัยตรวจ molecular เป็นลำดับแรกในผู้สงสัยวัณโรคหรือ CXR ผิดปกติ + DST INH และ RIF ทุกรายDx 2568
ขึ้นทะเบียน NTIPภายใน 7 วัน · XDR-TB แจ้งภายใน 3 ชม. สอบสวนภายใน 12 ชม.Dx 2568
สูตรผู้ป่วยใหม่ (ไวต่อยา)2HRZE / 4HR (6 เดือน)NTP 2564
โพรงแผลใหญ่ / เสมหะบวกเดือน 2–3ขยายระยะต่อเนื่องเป็น 7HR (รวม 9 เดือน) ถ้า DST ไม่ดื้อNTP 2564
TB meningitisรักษา > 12 เดือน + prednisolone ทุกรายNTP 2564
ยาต้านเอชไอวีเริ่มภายใน 2 สัปดาห์ (ไม่เกิน 4) ไม่ขึ้นกับ CD4 · TBM เริ่ม 4–8 สัปดาห์NTP 2564
DILI มีอาการAST/ALT > 3×ULN → หยุด H, R, ZNTP 2564
DILI ไม่มีอาการAST/ALT > 5×ULN → หยุด H, R, Z · TB > 3 มก./ดล. → หยุด RNTP 2564
Re-challengeเมื่อ AST/ALT < 2×ULN และ TB < 1.5 · H → R → Z ห่างกัน 1 สัปดาห์ ขนาดเต็มNTP 2564
ไตวาย CrCl < 30 / HDE 15–20 และ Z 20–30 มก./กก. สัปดาห์ละ 3 ครั้ง · H, R ไม่ปรับNTP 2564
ขาดยาระยะเข้มข้น< 14 วัน ให้ต่อ · ≥ 14 วัน เริ่มใหม่NTP 2564
ขาดยาระยะต่อเนื่องได้ยา ≥ 80% ให้ต่อ · < 80% และขาด ≥ 3 เดือน เริ่มใหม่NTP 2564
Lost to follow-upขาดยาติดต่อกัน ≥ 2 เดือน (TPT: 3HP/3HR/4R ≥ 4 สัปดาห์, 1HP ≥ 10 วัน, 6H ≥ 8 สัปดาห์)NTP 2564 TPT 2566
MDR/RR-TB ไวต่อ FQBPaLM 6 เดือน (อายุ ≥ 14 ปี)BPaLM
Pre-XDR (ดื้อ FQ)BPaL 6 เดือน ขยายได้ถึง 9 เดือนBPaLM
3HP ผู้ใหญ่INH 15 มก./กก. (สูงสุด 900) + RPT 750 (< 50 กก.) / 900 (≥ 50 กก.) สัปดาห์ละครั้ง × 12TPT 2566
1HP (อายุ ≥ 13 ปี)INH 300 + RPT 300/450/600 (< 35 / 35–45 / > 45 กก.) ทุกวัน × 28TPT 2566
สัมผัส Hr-TB4R (rifampicin 10 มก./กก. ไม่เกิน 600) 4 เดือนTPT 2566

📋 ประเภทผู้ป่วย (การขึ้นทะเบียน)

  • New – ไม่เคยรักษาหรือรักษา < 1 เดือน และไม่เคยขึ้นทะเบียน NTIP
  • Relapse – เคยรักษาหาย/ครบ แล้วกลับเป็นซ้ำ
  • Treatment after failure (TAF) – ผลการรักษาครั้งล่าสุดล้มเหลว
  • Treatment after LTFU (TALF) – ขาดการรักษา ≥ 2 เดือนติดต่อกัน แล้วกลับมารักษา
  • Transfer in / Others – เช่น ได้ยาจากเอกชน ≥ 1 เดือนโดยไม่ขึ้นทะเบียน หรือไม่ทราบประวัติ

ผู้ป่วย R, TAF, TALF และ O = ผู้ป่วยเคยรักษา (retreatment) NTP 2564

🧬 ชนิดของวัณโรคดื้อยา

  • Hr-TB – ดื้อ isoniazid แต่ไวต่อ rifampicin
  • RR-TB – ดื้อ R จาก genotypic test โดยยังไม่ทราบการดื้อยาอื่น
  • MDR-TB – ดื้อทั้ง H และ R
  • Pre-XDR-TB – MDR/RR + ดื้อ fluoroquinolone (Lfx, Mfx)
  • XDR-TB – Pre-XDR + ดื้อยากลุ่ม A (Bdq หรือ Lzd) อย่างน้อย 1 ขนาน

นิยาม WHO 2021 ตาม NTP 2564 · พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 ยังใช้นิยาม XDR แบบเดิม (FQ + SLI)

🧮 คำนวณสูตรยาวัณโรคไวต่อยา (DS-TB) NTP 2564

สำหรับผู้ใหญ่อายุ > 15 ปี · ข้อมูลคำนวณในเบราว์เซอร์ ไม่มีการส่งออก

สถานะเพิ่มเติม

📊 ตารางที่ 5.1 ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ (อายุ > 15 ปี) NTP 2564

น้ำหนัก (กก.)H (มก.)
4–6 มก./กก.
R (มก.)
8–12 มก./กก.
Z (มก.)
20–30 มก./กก.
E (มก.)
15–20 มก./กก.
35*–493004501,000800
50–693006001,5001,000
≥ 70*3006002,0001,200

* น้ำหนัก < 35 หรือ > 70 กก. ให้คำนวณตามน้ำหนักตัว · H ปรับได้ตาม NAT2 genotype · แนะนำ FDC เพื่อป้องกันการเลือกกินยาบางขนาน

⏱️ ระยะเวลารักษาวัณโรคนอกปอด (ตาราง 5.5)

ตำแหน่งอย่างน้อย (เดือน)
ต่อมน้ำเหลือง6
เยื่อหุ้มปอด6
เยื่อหุ้มหัวใจ6
เยื่อหุ้มสมอง / Tuberculoma> 12
กระดูกและข้อ9–12
ระบบทางเดินปัสสาวะ6
ชนิดแพร่กระจายตามอวัยวะเด่น

💊 Corticosteroid ในวัณโรคนอกปอด (ตาราง 5.6)

ตำแหน่งCorticosteroid
ต่อมน้ำเหลือง / เยื่อหุ้มปอดไม่แนะนำ
เยื่อหุ้มหัวใจแนะนำบางราย
เยื่อหุ้มสมองแนะนำทุกราย
กระดูกและข้อ / ทางเดินปัสสาวะไม่แนะนำ
Prednisolone 40–60 มก./วัน 2–4 สัปดาห์ → 30 มก./วัน 2 สัปดาห์ → 15 มก./วัน 2 สัปดาห์ → 5 มก./วัน 1–2 สัปดาห์ (เริ่มตั้งแต่สัปดาห์แรกของการรักษา)

📝 ข้อควรรู้อื่นๆ

  • วัณโรคนอกปอด: วินิจฉัยจากสิ่งส่งตรวจ (culture, พยาธิวิทยา) · ไม่แนะนำใช้ TST ช่วยวินิจฉัย NTP 2564
  • ADA ที่น่าเชื่อถือ: เยื่อหุ้มปอด/หัวใจ 40–45 U/L · เยื่อหุ้มสมอง > 20 U/L (ขึ้นกับ cut-off ของแต่ละแล็บ) NTP 2564
  • TBM ที่เกิด obstructive hydrocephalus → ปรึกษาประสาทศัลยแพทย์ · Spinal TB ผ่าตัดเมื่อไม่ตอบสนองต่อยา, cord compression ที่มี neurological deficit คงอยู่/กลับเป็นซ้ำ, หรือกระดูกสันหลังไม่มั่นคง
  • WHO สูตร 4 เดือน 2HPMZ/2HPM (rifapentine + moxifloxacin) สำหรับอายุ ≥ 12 ปี ยังไม่อยู่ในแนวทางไทย
ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568 · 14 พ.ย. 2568

แนวทางการตรวจวินิจฉัยวัณโรคและวัณโรคดื้อยาประเทศไทย

ปรับตามคำแนะนำ WHO ใช้ Molecular First Approach เพื่อหาเชื้อและการดื้อยาได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

🧪 หลักการที่ 1: Molecular firstXpert MTB/RIF, TB-LAMP หรือ molecular อื่นๆ เป็นการตรวจลำดับแรก ในผู้ที่มีอาการสงสัยวัณโรคหรือ CXR ผิดปกติเข้าได้กับวัณโรค
💯 หลักการที่ 2: DST ทุกรายทดสอบความไวต่อยา ทั้ง Rifampicin และ Isoniazid ในผู้ป่วยทุกรายที่แพทย์วินิจฉัยเป็นวัณโรค

🧭 ตัวอย่างแนวทางการตรวจ Dx 2568

การตรวจแรกผลตรวจต่อ
Molecular first (TB-LAMP)MTB Detectedตรวจดื้อยา RIF (PCR: RIF) → ตรวจดื้อยา INH (PCR: INH)
Molecular first (TB-LAMP)MTB Detectedตรวจดื้อยา RIF + INH พร้อมกัน (PCR: RIF + INH)
Molecular first + RIF (เช่น Xpert)MTB Detected + ทราบผล Rตรวจดื้อยา INH (PCR: INH)
Molecular first + RIF + INHทราบผล MTB และผลดื้อยา RIF + INH พร้อมกัน

🔀 แผนภูมิการตรวจวินิจฉัย (โต้ตอบได้) Dx 2568

ผู้ที่มีอาการสงสัยวัณโรค หรือ มีผล CXR ผิดปกติเข้าได้กับวัณโรค
อาจพิจารณาส่งตรวจ AFB ร่วมได้
↓
ส่งเสมหะตรวจ molecular testing · กรณี MTB Detected ตรวจความไวต่อยา H และ R ทุกราย
↓ เลือกผล DST

🔬 การแปลผล Xpert MTB/RIF มาตรฐานทั่วไป

✅
MTB DETECTED, RIF Resistance NOT DETECTED – เริ่มสูตรไวต่อยา และต้องตรวจ INH ต่อตามแนวทาง 2568
⛔
MTB DETECTED, RIF Resistance DETECTED – RR-TB → เก็บเสมหะ 2 กระปุก ส่ง SLD PCR + culture · แจ้ง SRRT ถ้าเป็น primary RR/MDR
❓
RIF Resistance INDETERMINATE – มักเกิดเมื่อเชื้อน้อย → ส่งเสมหะตรวจซ้ำ
ℹ️
MTB NOT DETECTED – ไม่ตัดวัณโรคออกถ้าสงสัยทางคลินิกสูง → culture, ประเมิน CXR ซ้ำ, หาวัณโรคนอกปอด

🔎 การรายงานผล AFB smear WHO/IUATLD

รายงานจำนวน AFB (1,000×)
Negativeไม่พบใน 100 fields
Scanty1–9 ตัว / 100 fields (รายงานจำนวนจริง)
1+10–99 ตัว / 100 fields
2+1–10 ตัว / field (อ่าน ≥ 50 fields)
3+> 10 ตัว / field (อ่าน ≥ 20 fields)

🫀 เกณฑ์วินิจฉัยวัณโรคนอกปอด NTP 2564

  • คลินิกและแล็บเข้าได้ เช่น pleural effusion ชนิด exudate lymphocyte เด่น + ADA สูง หรือ AFB smear สิ่งส่งตรวจบวก หรือ
  • พยาธิวิทยาเข้าได้กับวัณโรค หรือ
  • เพาะเชื้อวัณโรคจากสิ่งส่งตรวจบวก

ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการสงสัยวัณโรค (ยกเว้น CNS) พิจารณา urine LF-LAM

🧪 ประเมินตับอักเสบจากยา (DILI) NTP 2564

🔄 Re-challenge หลัง DILI NTP 2564

0
เกณฑ์เริ่ม: AST/ALT < 2×ULN และ total bilirubin < 1.5 มก./ดล. · ถ้าเป็น fulminant hepatitis ห้ามใช้ยากลุ่มนี้อีก
1
สัปดาห์ที่ 1: H ขนาดปกติ → ตรวจ AST/ALT, TB ภายใน 1 สัปดาห์
2
สัปดาห์ที่ 2: เพิ่ม R ขนาดปกติ → ตรวจภายใน 1 สัปดาห์
3
สัปดาห์ที่ 3: เพิ่ม Z ขนาดปกติ → ตรวจภายใน 1 สัปดาห์
⛔
ถ้าค่าตับกลับสูงขึ้นตามเกณฑ์ระหว่าง re-challenge ให้หยุดยาตัวนั้นและห้ามใช้อีก · พิจารณาส่ง NAT2 genotype เพื่อปรับขนาด H

🛡️ สูตรยาระหว่างพักตับ NTP 2564

เมื่อหยุด H, R, Z อาจพิจารณาให้ E + Lfx + Am ไปก่อนจนตับฟื้นตัว แล้ว re-challenge H, R เป็นอย่างน้อย

📋 ตารางที่ 5.2 อาการไม่พึงประสงค์จากยาแนวที่หนึ่ง NTP 2564

อาการยาที่เป็นสาเหตุการจัดการ
อาการรุนแรง → หยุดยาที่อาจเป็นสาเหตุ และส่งปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ผื่นคัน / ผื่นที่ไม่คันH, R, Zหยุดยารักษาวัณโรค
ดีซ่าน (ไม่พบสาเหตุอื่น), ตับอักเสบH, Z, Rหยุดยารักษาวัณโรค
สับสน (ร่วมกับตับอักเสบให้สงสัยยา)เกือบทุกตัวหยุดยารักษาวัณโรค
การมองเห็นบกพร่องEหยุด ethambutol
ช็อก, purpura, ไตวายเฉียบพลันRหยุด rifampicin
อาการไม่รุนแรง → ให้ยาต่อได้ ตรวจสอบขนาดยา
เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้องZ, R, Hกินยากับอาหารปริมาณน้อยหรือก่อนนอน กลืนช้าๆ จิบน้ำ · ถ้าแย่ลง (อาเจียนพุ่ง/มีเลือด) ถือเป็นรุนแรง
ปวดข้อZNSAID หรือ paracetamol
แสบ ชา เจ็บปลายมือปลายเท้าHPyridoxine 50–75 มก./วัน
ง่วงนอนHกินยาก่อนนอน
ปัสสาวะสีส้มแดงRอธิบายผู้ป่วย ไม่เป็นอันตราย
อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่Rพิจารณาหยุดยาถ้าอาการรุนแรง

🌸 ผื่นแพ้ยา NTP 2564

  • คันไม่มีผื่น – antihistamine กินยาต่อได้ ค่อยๆ ดีขึ้นในหลายสัปดาห์
  • ผื่นคล้ายสิว ไม่มีอาการตามระบบ – ให้ยาต่อได้
  • Maculopapular rash หลายตำแหน่ง – หยุดยาทุกชนิด, antihistamine ± prednisolone 20–40 มก./วัน
  • ผื่นรุนแรง + รอยโรคเยื่อบุ – หยุดยาทุกชนิด รับไว้ใน รพ. prednisolone 40–60 มก./วัน แล้วค่อยๆ ลด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

การให้ยาใหม่หลังผื่นหาย (กรณีไม่รุนแรงมาก)

  • เริ่ม H หรือ R → ต่อด้วย E → Z เป็นตัวสุดท้าย
  • เริ่ม 1/3–1/2 ของขนาดสูงสุด เพิ่มจนเต็มขนาดใน 2–3 วัน แล้วเริ่มตัวถัดไป
  • ผื่นขึ้นขณะได้ยาตัวใด หยุดตัวนั้น รอผื่นยุบ แล้วเริ่มตัวถัดไป ปรับสูตรให้เหมาะสม

👁️ Ethambutol & การตรวจตับ NTP 2564

  • ใช้ E 15 มก./กก./วัน ไม่เกิน 20 มก./กก./วัน
  • เฝ้าระวังพิเศษในผู้สูงอายุ โรคไต หรือได้ E > 2 เดือน · ถามการมองเห็นทุกครั้ง
  • มองเห็นผิดปกติ → หยุดยา ตรวจสายตาและตาบอดสี ปรึกษาจักษุแพทย์ · ไม่ดีขึ้นอาจเกิดจาก H พิจารณาหยุด H ด้วย

การตรวจค่าตับ

  • ก่อนรักษา: ตรวจในกลุ่มเสี่ยง – อายุ > 60, ดื่มสุรา, โรคตับ/ไวรัสตับอักเสบ, HIV, ทุพโภชนาการ, ตั้งครรภ์
  • ไม่มีความเสี่ยง: ตรวจ AST/ALT, TB เฉพาะเมื่อมีอาการสงสัย
  • มีความเสี่ยง: ตรวจทุก 1–2 สัปดาห์ในเดือนแรก แล้วตามความเหมาะสม
  • คลื่นไส้/อาเจียน: เจาะตรวจค่าตับทุกราย

🧭 ใครควรได้ TPT? – ตัวช่วยตัดสินใจ TPT 2566 HIV-TPT 2568

ทุกกรณีต้องแยกวัณโรคระยะแสดงอาการออกก่อน: ซักประวัติอาการ ตรวจร่างกาย ถ่ายภาพรังสีทรวงอก

💊 คำนวณขนาดยา TPT TPT 2566

📊 ขนาดยารักษาวัณโรคระยะแฝง TPT 2566

สูตรอายุ 2–14 ปีอายุ > 14 ปี
3HP
สัปดาห์ละครั้ง × 12
INH: 10–15 กก. 300 · 16–23 กก. 500 · 24–30 กก. 600 · > 30 กก. 700 มก.
RPT: 10–15 กก. 300 · 16–23 กก. 450 · 24–30 กก. 600 · > 30 กก. 750 มก.
INH 15 มก./กก. ปัดขึ้นเต็ม 100 มก. (สูงสุด 900)
RPT < 50 กก. 750 มก. · ≥ 50 กก. 900 มก.
1HP
ทุกวัน × 28
อายุ ≥ 13 ปี: INH 300 มก. + RPT < 35 กก. 300 · 35–45 กก. 450 · > 45 กก. 600 มก.
3HR
ทุกวัน × 3 เดือน
< 10 ปี: H 10 (7–15) + R 15 (10–20) มก./กก.≥ 10 ปี: H 5 มก./กก. (สูงสุด 300) + R 10 มก./กก. (สูงสุด 600)
4R
ทุกวัน × 4 เดือน
< 10 ปี: R 15 (10–20) มก./กก.≥ 10 ปี: R 10 มก./กก. (สูงสุด 600)
6–9H
ทุกวัน
< 10 ปี: H 10 (7–15) มก./กก.≥ 10 ปี: H 5 มก./กก. (สูงสุด 300)
ทุกสูตรให้ pyridoxine 25–50 มก./วัน · ในไทยพบผลข้างเคียงสูงขึ้นในผู้ใหญ่น้ำหนักน้อยเมื่อใช้ 900/900 ทุกราย จึงใช้ขนาดตามน้ำหนัก · HIV-TPT 2568 RPT ใน 3HP: 25–32 กก. 600 · 32.1–49.9 กก. 750 · ≥ 50 กก. 900 มก.

👶 สูตรแนะนำในเด็ก TPT 2566

กลุ่มสูตรแนะนำทางเลือก
< 2 ปี ไม่ติด HIV3HR หรือ 6–9H4R
> 2 ปี ไม่ติด HIV3HR หรือ 3HP หรือ 4R6–9H
< 13 ปี ติด HIV6–9H3HR หรือ 3HP (ถ้าใช้ EFV)
> 13 ปี ติด HIV3HP (TDF, EFV, DTG, RAL)1HP (TDF, EFV, DTG, RAL) หรือ 6–9H

🧬 สัมผัสผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา

  • ดื้อ INH (Hr-TB) → 4R: ผู้ใหญ่ R 10 มก./กก., เด็ก 10–15 มก./กก. (ไม่เกิน 600) 4 เดือน TPT 2566
  • RR-TB ที่ไวต่อ INH → 6–9H (เด็ก, ผู้ติด HIV) TPT 2566
  • MDR/RR/pre-XDR/XDR ผู้ใหญ่ → ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ไม่แนะนำ TPT ติดตามทุก 6 เดือนนาน 2 ปี TPT 2566
  • MDR/RR ในเด็ก → ประเมินความเสี่ยง ผลความไว H/R/FQ ของต้นตอ + IGRA/TST ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  • ผู้ติด HIV สัมผัส MDR/RR → ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ Levofloxacin 6 เดือน HIV-TPT 2568

💉 ปฏิกิริยากับยาต้านเอชไอวี TPT 2566

ยา TPTยาต้านไวรัสการแก้ไข
RifapentineTAFใช้ TDF หรือ abacavir แทน
NVP, RPVเปลี่ยนเป็น EFV หรือ DTG
DTG3HP ไม่ต้องปรับ · 1HP ให้ DTG 50 มก. วันละ 2 ครั้ง ติดตาม VL
PIs ทุกตัวเปลี่ยนเป็นสูตร DTG
RifampicinTAFใช้ TDF หรือ abacavir แทน
RPVเปลี่ยนเป็น EFV
DTGDTG 50 มก. วันละ 2 ครั้ง ติดตาม VL
PIs ทุกตัวเปลี่ยนเป็นสูตร DTG

HIV-TPT 2568 3HR ร่วมกับ DTG ให้ DTG 50 มก. วันละ 2 ครั้ง · 1HP/3HP ใช้กับ EFV, RAL, DTG ได้โดยไม่ต้องปรับ

📅 การติดตามระหว่าง TPT TPT 2566

  • ติดตามใน 2–4 สัปดาห์แรกเพื่อดูผลข้างเคียง
  • ไม่ต้องตรวจค่าตับทุกราย ตรวจก่อนเริ่มเฉพาะโรคตับเรื้อรัง, SLE, HIV, ตั้งครรภ์ และตรวจระหว่างรักษาเมื่อมีอาการ
  • หยุด INH เมื่อ ALT > 3×ULN ร่วมกับอาการ หรือ > 5×ULN โดยไม่มีอาการ
  • สัมผัสไม่นาน: พิจารณา CXR ซ้ำหลังเริ่มยา 2–3 เดือน · จบ TPT แล้วไม่ต้อง CXR ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้
  • ผู้สัมผัสที่ไม่ติดเชื้อ: ติดตามทุก 3–6 เดือนนาน 1–2 ปี · ไม่ให้ TPT ติดตาม CXR ทุก 6 เดือนจนครบ 2 ปี
  • Peripheral neuropathy จาก INH → ไม่ต้องหยุดยา ให้ B6 100–200 มก./วัน
  • ข้อห้าม: ตับอักเสบอยู่ (เฉียบพลัน/เรื้อรัง), neuropathy (เลี่ยงสูตรที่มี INH), แพ้ยา · การตั้งครรภ์ไม่ใช่ข้อห้าม (แต่ไม่ใช้ rifapentine)

✅ ตรวจเกณฑ์ BPaLM / BPaL BPaLM

BPaLM regimen – 6 เดือน

Bedaquiline + Pretomanid + Linezolid + Moxifloxacin

เกณฑ์คัดเข้า

  • ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา MDR/RR-TB
  • วัณโรคปอดหรือนอกปอด ยกเว้น CNS, osteoarticular, disseminated (miliary)
  • อายุ ≥ 14 ปี
  • ผู้ติดเชื้อ HIV ใช้ได้

เกณฑ์คัดออก

  • หญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร
  • แพ้ยาหรือ ADR รุนแรงจากยาในสูตร
  • เคยได้ยาในสูตรหรือ delamanid > 4 สัปดาห์ (ต้องทดสอบความไวก่อน ถ้าดื้อหยุดสูตรนี้)
  • ดื้อ Mfx อย่างเดียว → ตัด Mfx ออกแล้วใช้ยาที่เหลือต่อได้

BPaL regimen – 6 เดือน (ขยายได้ถึง 9)

Bedaquiline + Pretomanid + Linezolid

เกณฑ์คัดเข้า

  • MDR/RR-TB ที่ดื้อต่อ FQs (Lfx, Mfx)
  • วัณโรคปอดหรือนอกปอด ยกเว้น CNS, osteoarticular, miliary
  • อายุ ≥ 14 ปี · HIV ใช้ได้

เกณฑ์คัดออก

  • หญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร · แพ้/ADR รุนแรงจากยาในสูตร
  • มีหลักฐานดื้อ Bdq, Lzd, Dlm หรือ Pa
  • เคยได้ยาในสูตร > 4 สัปดาห์ (ต้องทดสอบความไวก่อน)

💊 ขนาดยา BPaLM / BPaL BPaLM

ยาBPaLMBPaLขนาดยา
Bedaquiline (100 มก./เม็ด)✓✓ทางเลือก 1: 400 มก. วันละครั้ง 2 สัปดาห์ → 200 มก. สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
ทางเลือก 2: 200 มก. วันละครั้ง 8 สัปดาห์ → 100 มก. วันละครั้ง
Pretomanid (200 มก./เม็ด)✓✓200 มก. วันละครั้ง
Linezolid (600 มก./เม็ด)✓✓600 มก. วันละครั้ง
Moxifloxacin (400 มก./เม็ด)✓✗400 มก. วันละครั้ง
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญวัณโรคดื้อยาก่อนใช้ ในผู้ที่ Hb < 8 ก./ดล., เกล็ดเลือด < 75,000/มม³, BMI < 17 (ติดตามใกล้ชิด), AST/ALT ≥ 3×ULN, ปลายประสาทอักเสบรุนแรง, ประวัติหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือ baseline QTcF > 450 ms

⚠️ อาการไม่พึงประสงค์ BPaLM

BedaquilineQT prolong, พิษต่อตับ, คลื่นไส้อาเจียน
Pretomanidพิษต่อตับ, ปลายประสาทอักเสบ, ซีด, ระคายเคืองกระเพาะ
Linezolidซีด, optic neuritis, ปลายประสาทอักเสบ
Moxifloxacinเอ็นร้อยหวายอักเสบ, ระคายเคืองกระเพาะ, คลื่นไส้อาเจียน, QT prolong

📋 ยาดื้อยาขนานเดียว / หลายขนาน (ตาราง 6.2) NTP 2564

ดื้อสูตรระยะ
H6RZE-FQ (ไม่ดื้อ FQ) · 6RZE (ดื้อ/ไม่แน่ใจ FQ)6 ด.
Z2HRE/7HR9 ด.
E2HRZ/4HR6 ด.
H + Z9–12 RE-FQ9–12 ด.
H + E6–9 RZ-FQ6–9 ด.
H + E + Z2–3 AG-R-FQ-Eto / 10 R-FQ-Eto12 ด.
R (mono)ใช้สูตร MDR–

🩺 การตรวจประเมินพื้นฐานและติดตาม BPaLM/BPaL BPaLM

การดำเนินการเดือน 0สัปดาห์ 2ทุกเดือนสิ้นสุดรักษาหลังจบ 6, 12 ด.
อาการทางคลินิก + สุขภาพจิต✓✓✓✓✓
น้ำหนัก / BMI✓✓✓✓✓
ปลายประสาทอักเสบ, สายตา, ตาบอดสี✓✓✓✓
การกินยา + ADR✓✓✓✓✓
ประเมินผลการรักษา✓✓
Molecular test วินิจฉัยดื้อยา✓
Sputum smear + culture✓✓✓✓
DST✓เมื่อเสมหะบวกหรือเพาะเชื้อขึ้น
CXR✓✓✓
EKG✓✓✓✓
CBC, LFT✓✓✓✓
Electrolyte, BUN/Cr, FBS/HbA1c✓เมื่อมีข้อบ่งชี้
HIV✓
การตั้งครรภ์✓เมื่อมีข้อบ่งชี้

ติดตามด้วยระบบ active TB drug-safety monitoring and management (aDSM) รายงานกองวัณโรคอย่างน้อยเดือนละครั้งตลอดการรักษา · กองวัณโรค โทร 02 212 2279

📚 สูตรทางเลือกเมื่อใช้ BPaLM/BPaL ไม่ได้ NTP 2564

สูตรระยะสั้นชนิดกินที่มี Bdq (9–11 เดือน)

4–6 Bdq(6 ด.)-Lfx(Mfx)-Pto(Eto)-Cfz-Z-E-Hhigh-dose / 5 Lfx(Mfx)-Cfz-Z-E – สำหรับ MDR/RR ไวต่อ FQ, ไม่เคยได้ยาแนวสองในสูตร > 1 เดือน, ไม่เป็นวัณโรคนอกปอดรุนแรงหรือรอยโรคมาก, ไม่ตั้งครรภ์, อายุ ≥ 6 ปี · ไม่ใช้เมื่อ QTcF > 450 (ชาย) / > 470 (หญิง) หรือ AST/ALT > 5×ULN

สูตรระยะยาว (Individualized longer regimen ≥ 18 เดือน)

  • กลุ่ม A (ใช้ทั้ง 3): Lfx หรือ Mfx, Bedaquiline, Linezolid
  • กลุ่ม B (เพิ่ม 1–2): Clofazimine, Cycloserine/Terizidone
  • กลุ่ม C (เพิ่มจนครบ): E, Delamanid, Z, Imipenem-cilastatin/Meropenem (+clavulanate), Amikacin (Streptomycin), Eto/Pto, PAS
  • ระยะเข้มข้นอย่างน้อย 4 ขนาน · ระยะต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ขนาน · 15–17 เดือนหลัง culture conversion · ห้ามใช้ kanamycin และ capreomycin
  • ต้องปรึกษาคณะผู้เชี่ยวชาญวัณโรคดื้อยาระดับเขตและที่ปรึกษาระดับประเทศก่อน

🎗️ วัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวี NTP 2564

ตาราง 5.7 เวลาเริ่มยาต้านเอชไอวีหลังเริ่มยาวัณโรค

ลักษณะวัณโรคเริ่ม ARV
ทุกชนิด ยกเว้นเยื่อหุ้มสมองภายใน 2 สัปดาห์ อย่างช้าไม่เกิน 4 สัปดาห์
เยื่อหุ้มสมองหลังรักษาวัณโรค ≥ 4 สัปดาห์ อย่างช้าไม่เกิน 8 สัปดาห์

พิจารณาตามลักษณะวัณโรค โดยไม่ต้องคำนึงถึง CD4 · หญิงตั้งครรภ์เริ่มเร็วที่สุด

ตาราง 5.8 ยาต้านเอชไอวีร่วมกับ Rifampicin

ไม่แนะนำTAF · NVP, ETR, RPV · PIs ทุกตัว · EVG
ต้องปรับขนาดDTG (50 มก. วันละ 2 ครั้ง), RAL, MVC
ใช้ได้EFV 600 มก. ขนาดปกติ
  • ให้ co-trimoxazole (CPT) โดยเฉพาะ CD4 < 200, ไม่ทราบ CD4 หรือยังไม่ได้ ARV
  • สงสัยวัณโรค (ยกเว้น CNS) พิจารณา urine LAM · ผลลบ: เริ่ม ARV แบบเร่งด่วน/same-day ระหว่างรอผลยืนยัน · ผลบวก: รักษาวัณโรคก่อนแล้วเริ่ม ARV ตามตาราง
  • HIV-TPT 2568 ผู้ที่กินยาต้านเอชไอวีอยู่ ให้เริ่มยาต้านวัณโรคได้ทันที ไม่ต้องหยุดยาต้านเอชไอวี

🫘 โรคไต (ตาราง 5.9) NTP 2564

CrCl < 30 มล./นาที หรือฟอกเลือด

ยาปรับขนาดที่แนะนำ
Hไม่ปรับเหมือนเดิม
Rไม่ปรับเหมือนเดิม
Eปรับ15–20 มก./กก. 3 วัน/สัปดาห์
Zปรับ20–30 มก./กก. 3 วัน/สัปดาห์

WHO ผู้ฟอกเลือดให้ E, Z หลังฟอกเลือด · TPT 2566 INH, RIF, RPT ใช้ในไตวายได้โดยไม่ปรับ ให้ B6 ร่วม

🟤 โรคตับ (5.4.3) NTP 2564

โรคตับเรื้อรัง + ALT > 3×ULN เลือกสูตรพิษต่อตับน้อยลงตามความรุนแรง

ยาพิษต่อตับ 2 ชนิด2HRE / 7HR
6–9 RZE
ยาพิษต่อตับ 1 ชนิด2 AmHE / 16 HE
12–18 HE + Lfx

นัดดูอาการทุก 1 สัปดาห์ใน 2–3 สัปดาห์แรก และทุก 2 สัปดาห์ใน 2 เดือนแรก · มีอาการสงสัยตับอักเสบต้องตรวจเลือดทันที

🤰 หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร (5.4.4) NTP 2564

  • ให้สูตรมาตรฐานได้ตามปกติ คำนวณขนาดยาตามน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์
  • ได้ H ให้ pyridoxine 50–100 มก./วัน
  • ให้นมบุตรได้ตามปกติ · ถ้ายังไอมากและเสมหะบวก อาจบีบน้ำนมใส่ขวดแทน
  • หลีกเลี่ยง aminoglycosides (พิษต่อหูทารก) ทั้งตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  • หลีกเลี่ยง fluoroquinolones ถ้าจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  • BPaLM/BPaL ไม่ใช้ในหญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร BPaLM · TPT: ไม่ใช้ rifapentine, ผู้ติด HIV เริ่มหลังไตรมาสแรก TPT 2566
Treatment after interruption

การให้ยาในผู้ป่วยวัณโรคที่ขาดยา / หยุดยา

ครอบคลุมวัณโรคไวต่อยา, วัณโรคระยะแฝง (TPT) และวัณโรคดื้อยา พร้อมตัวช่วยตัดสินใจ

1️⃣ ประเมินก่อนอาการ, CXR, เสมหะ เทียบกับก่อนขาดยา และหาสาเหตุที่ขาดยา
2️⃣ ส่งตรวจMolecular, เพาะเชื้อ, DST ก่อนพิจารณารักษาใหม่ เพื่อค้นหาวัณโรคดื้อยา
3️⃣ ตัดสินใจให้ยาต่อหรือเริ่มใหม่ ตามระยะที่ขาดยา จำนวนวันที่ขาด และปริมาณยาที่ได้รับแล้ว
4️⃣ ป้องกันซ้ำรักษาภายใต้ DOT/VOT ทุกราย แก้ปัญหาที่ทำให้ขาดยา

✅ เงื่อนไขก่อนใช้แผนภูมิ 5.1 NTP 2564

พิจารณาให้ยาต่อตามแผนภูมิเฉพาะผู้ป่วยที่มีครบทุกข้อ:

  • ไม่มีลักษณะทางคลินิกที่แย่ลง
  • ภาพรังสีทรวงอกไม่มีการเปลี่ยนแปลง
  • ตรวจเสมหะไม่พบเชื้อ หรือพบปริมาณเชื้อไม่มากขึ้นกว่าเดิม
ถ้าไม่ครบ (อาการ/CXR แย่ลง หรือเชื้อมากขึ้น) ให้สงสัยวัณโรคดื้อยาหรือรักษาล้มเหลว ส่ง molecular + culture + DST และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายๆ

คำแนะนำ treatment after interruption

  • ส่งเสมหะตรวจทางอณูชีววิทยา เพาะเชื้อ และทดสอบความไวต่อยา ก่อนพิจารณารักษาใหม่
  • ผู้ที่ขาดยาโดยไม่มีเหตุอันควร ต้องหาวิธีแก้ปัญหาที่ทำให้ขาดยา และรักษาภายใต้ DOT ทุกราย
  • มีข้อสงสัยหรือตัดสินใจไม่ได้ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นรายๆ

🔀 แผนภูมิ 5.1 การพิจารณารักษาหลังขาดยา NTP 2564

ขาดยาในระยะเข้มข้น
↓ ระยะเวลาที่ขาดยา
< 14 วัน
↓
ให้ยาต่อนับจนครบการรักษา · แต่ถ้าทำให้ได้ยาระยะเข้มข้นเกิน 3 เดือนนับจากเริ่มครั้งแรก ให้เริ่มนับการรักษาใหม่
≥ 14 วัน*
↓
เริ่มการรักษาใหม่
ขาดยาในระยะต่อเนื่อง
↓ นับยาระยะต่อเนื่องที่ได้รับแล้ว
≥ 80%
↓
ให้ยาต่อจนครบการรักษาตามความเหมาะสม
< 80%
↓ ระยะเวลาที่ขาดยา
< 3 เดือน → ให้ยาต่อจนครบ · แต่ถ้าจะครบนานกว่า 9 เดือน (นับจากเริ่มครั้งแรก) ให้เริ่มใหม่ตั้งแต่ระยะเข้มข้น + ส่ง AFB, culture, molecular
·
≥ 3 เดือน → เริ่มการรักษาใหม่ + ส่ง AFB, culture, molecular เพื่อยืนยันไม่มีวัณโรคดื้อยา

* ถ้าสงสัยภาวะดื้อยา ให้พิจารณาตรวจ AFB smear เพาะเลี้ยงเชื้อ และอณูชีววิทยาตามความเหมาะสม

🧮 ตัวช่วยตัดสินใจ: วัณโรคไวต่อยา (DS-TB) NTP 2564

🛡️ ขาดยาระหว่างรักษาวัณโรคระยะแฝง (TPT) TPT 2566

ต้องได้ยาอย่างน้อยร้อยละ 80 ของสูตรจึงป้องกันวัณโรคได้ · รักษาครบ = ครบตามกำหนด หรืออย่างน้อย 80–90% ของจำนวน dose ทั้งหมด

สูตรระยะเวลาDose ที่คาดหวังDose ขั้นต่ำขาดยาต่อเนื่อง = LTFUควรครบภายใน WHO
3HP3 เดือน1211 (90%)≥ 4 สัปดาห์16 สัปดาห์
1HP1 เดือน2823≥ 10 วัน6 สัปดาห์
3HR3 เดือน8468≥ 4 สัปดาห์4 เดือน
4R4 เดือน12096≥ 4 สัปดาห์6 เดือน
6H6 เดือน182146≥ 8 สัปดาห์9 เดือน

🧬 ขาดยาในวัณโรคดื้อยา

  • LTFU ระยะเข้มข้น: ไม่ได้เริ่มรักษา หรือขาดยาติดต่อกันนานเกิน 2 เดือน · LTFU สุดท้าย: ขาดยาติดต่อกันอย่างน้อย 2 เดือน NTP 2564
  • กลับมารักษาหลังขาดยา ≥ 2 เดือน ขึ้นทะเบียนเป็น MDR/RR/(pre)XDR-TB after loss to follow-up และส่ง DST ใหม่ก่อนเริ่มรักษา NTP 2564
  • ขาดยาระหว่าง BPaLM/BPaL หรือสูตรดื้อยาอื่น → ปรึกษาคณะผู้เชี่ยวชาญวัณโรคดื้อยาระดับเขต และบันทึกใน aDSM · แนวทาง BPaLM ไม่ได้กำหนดเกณฑ์จำนวนวันไว้ BPaLM
  • ผู้ป่วยดื้อยาที่กินยาหลายมื้อต่อวัน ต้องมีพี่เลี้ยงสังเกตการกินยาต่อหน้าอย่างน้อย 1 มื้อ มื้ออื่นใช้ VOT หรือพี่เลี้ยงที่ผ่านการอบรม NTP 2564
  • ขาดยาหลายครั้งจนโอกาสรักษาสำเร็จน้อยมาก อาจพิจารณาหยุดการรักษาและดูแลแบบประคับประคองร่วมกับผู้ป่วยและญาติ NTP 2564

💊 เมื่อลืมกินยาเป็นครั้งคราว WHO / แนวปฏิบัติทั่วไป

  • ลืมกินยาในวันนั้น ให้กินทันทีที่นึกได้ภายในวันเดียวกัน ห้ามกินเบิ้ล 2 เท่าในวันถัดไป
  • นับจำนวน dose ที่ได้จริง dose ที่ขาดให้ชดเชยต่อท้ายจนครบจำนวน dose ของสูตร
  • 3HP ลืม 1 สัปดาห์: กินทันทีเมื่อนึกได้ แล้วเว้นอย่างน้อย 72 ชม. ก่อน dose ถัดไป · ต้องได้ ≥ 11 dose ภายใน 16 สัปดาห์
  • บันทึกการกินยาทุกมื้อในสมุดหรือระบบ DOT และแจ้งพี่เลี้ยงทุกครั้งที่ขาดยา

หัวข้อนี้ไม่ได้อยู่ในแนวทางไทย ใช้ประกอบการตัดสินใจร่วมกับแพทย์

🤝 ป้องกันการขาดยา: การดูแลโดยผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง NTP 2564

DOT (Directly Observed Treatment)

  • ผู้ป่วยวัณโรคและวัณโรคดื้อยาทุกรายควรมีพี่เลี้ยง (DOT observer) ดูแลให้กลืนยาครบทุกมื้อ ทุกเม็ด ทุกขนาน
  • พี่เลี้ยงเจ้าหน้าที่: ผู้ป่วยใกล้หน่วยบริการมากินยาที่หน่วยบริการ · สูงอายุ/ติดเตียง ไปดูแลที่บ้าน
  • พี่เลี้ยงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ (อสม., ผู้นำชุมชน ฯลฯ) ต้องผ่านการอบรม · เจ้าหน้าที่ควรเยี่ยมบ้านโดยไม่บอกล่วงหน้า ตรวจสีปัสสาวะ ตรวจยาและการเก็บยา
  • หน้าที่พี่เลี้ยง: ตรวจจำนวนยา, ดูการกินทุกมื้อ, บันทึกทุกมื้อทุกวัน, ดูแลทุกมิติ, แจ้งทีมเมื่อมีปัญหา

VOT (Video Observed Treatment)

  • ใช้วิดีโอภาพเคลื่อนไหวเท่านั้น (ไม่ใช่ภาพนิ่ง) · แนะนำวิดีโอคอลแบบ real-time ก่อน
  • ถ้าบันทึกวิดีโอ ต้องบอกวันที่และเวลาที่กินยาชัดเจนทุกครั้ง · ใช้ร่วมกับ DOT ได้

ทีมสหสาขาวิชาชีพ

  • แพทย์ อธิบายความรุนแรงและระยะเวลารักษา
  • พยาบาล ประเมินปัญหาด้วยเทคนิค BATHE ให้สุขศึกษา ส่งต่อพี่เลี้ยง
  • เภสัชกร จัดยาเป็น daily package อธิบายว่ากินยาไม่ต่อเนื่องอาจทำให้ดื้อยา สอนการเก็บยา
  • นักโภชนาการ / นักสังคมสงเคราะห์ / นักจิตวิทยา ช่วยด้านโภชนาการ เศรษฐกิจ ลดความเครียดและการตีตรา

BATHE interview (5–10 นาที)

  • Background ข้อมูลทั่วไป อาชีพ รายได้ · Affect ความรู้สึก · Trouble ปัญหาที่พบ · Handling วางแผนแก้ปัญหา · Empathy แสดงความเห็นใจ

การสนับสนุนทางสังคม

  • สนับสนุนค่าครองชีพ คูปองอาหาร อาหารเสริม เพื่อให้ผู้ป่วยรักษาได้ต่อเนื่อง

📋 ตาราง 5.3 การตรวจเมื่อเริ่มและระหว่างการรักษา DS-TB NTP 2564

การตรวจก่อนรักษาด.1ด.2ด.3ด.4ด.5ด.6
อาการทางคลินิก✓✓✓✓✓✓✓
ชั่งน้ำหนัก✓✓✓✓✓✓✓
AFB smear✓✓✓ ถ้า ด.2 บวก✓✓
Molecular + DST✓✓ ถ้า AFB บวก (กรณีไม่มี DST ก่อนเริ่ม)✓ ถ้า AFB บวก
Culture + phenotypic DSTตามความเหมาะสม✓ ถ้า AFB บวก✓ ถ้า AFB บวก
CXR✓✓✓
HIV test✓
LFT *✓กลุ่มเสี่ยง: ทุก 1–2 สัปดาห์ในเดือนแรก
BUN, Cr **✓
ตรวจการมองเห็น ***✓ถามอาการทุกครั้งที่มาติดตาม

* อายุ > 60, ดื่มสุรา, โรคตับ/ไวรัสตับอักเสบ, HIV, ทุพโภชนาการ, ตั้งครรภ์ · ** โรคไตหรือเสี่ยง AKI เช่น nephrotic, CKD, diabetic nephropathy, สูงอายุ, ใช้ aminoglycosides · *** สูงอายุ หรือมีโรคตาเดิม

🗓️ คำนวณวันนัดติดตาม

🚫 ผู้ป่วยขาดยา / หยุดยา

การพิจารณาให้ยาต่อหรือเริ่มใหม่หลังขาดยา (แผนภูมิ 5.1), เกณฑ์ TPT และวัณโรคดื้อยา ย้ายไปอยู่แท็บเฉพาะแล้ว

🏁 ผลการรักษา (5.5) NTP 2564

เมื่อสิ้นสุดระยะเข้มข้น (ผู้ป่วย B+)

  • Sputum convert / not convert / not examined
  • ตาย / ขาดยา > 2 เดือน / โอนออก

ผลการรักษาสุดท้าย

  • Cured – B+ ก่อนรักษา รักษาครบ ผล smear (หรือ culture) ลบในเดือนสุดท้ายและก่อนนั้นอย่างน้อย 1 ครั้ง
  • Completed – รักษาครบ ไม่มีหลักฐานล้มเหลว มีผลลบอย่างน้อย 1 ครั้งแต่ไม่มีผลเดือนสุดท้าย
  • Failed – smear หรือ culture บวกเมื่อสิ้นสุดเดือนที่ 5 หรือหลังจากนั้น
  • Died · LTFU (ไม่เริ่มยาหรือขาดยา ≥ 2 เดือนติดต่อกัน) · Transfer out · Not evaluated
  • Treatment success = cured + completed

🎯 แบบทดสอบทบทวน

12 ข้อจากแนวทางฉบับล่าสุด · คะแนน: 0/12