Thai COPD CPG รพ.เจริญศิลป์

แนวทางการวินิจฉัย จัดกลุ่ม ABE ยาพ่น รพ.เจริญศิลป์ และ AECOPD (สมาคมอุรเวชช์ฯ & GOLD 2024)

คลินิก COPD รพ.เจริญศิลป์: วินิจฉัยทางคลินิก + CXR + Spirometry • จัดกลุ่ม GOLD ABE • สั่งยาพ่นในบัญชี รพ.เจริญศิลป์ • คุม AECOPD ออกซิเจนเป้าหมาย SpO2 88-92% และสเตียรอยด์กิน 5 วัน
🩺 1. วินิจฉัย & Spiro Clinical & CXR รพ.เจริญศิลป์
📊 2. mMRC/CAT & ABE GOLD 2024 Classifier
🎯 3. Peak Flow & ปรับยา Thai Formula & Action Plan
💊 4. สูตรยาควบคุม รพ.เจริญศิลป์ Spiriva, Seretide, Seroflo
🚨 5. จัดการ AECOPD ER/IPD Protocol 5 Days
🛡️ 6. คลินิก COPD & ส่งต่อ Rehab, วัคซีน, Refer

🩺 การวินิจฉัยและคัดกรองโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังใน รพ.เจริญศิลป์

แนวทางเวชปฏิบัติสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 ร่วมกับการตรวจทางรังสีและ Spirometry

1. ปัจจัยเสี่ยงและอาการทางคลินิก (Clinical Features)

2. รังสีทรวงอกและสมรรถภาพปอด (CXR & Spirometry)

ผลการประเมินการวินิจฉัยเบื้องต้น
0 / 5
ยังไม่ครบเกณฑ์สงสัย COPD
กรุณาเลือกประวัติ อาการทางคลินิก และผลตรวจเพื่อประเมิน
📊 ระดับความรุนแรงตาม FEV1 (เมื่อ FEV1/FVC < 0.70)
ระดับ (GOLD)ความรุนแรงค่า FEV1 (% Predicted)
GOLD 1น้อย (Mild)≥ 80% predicted
GOLD 2ปานกลาง (Moderate)50% - 79% predicted
GOLD 3รุนแรง (Severe)30% - 49% predicted
GOLD 4รุนแรงมาก (Very severe)< 30% predicted
*ใน รพ.เจริญศิลป์ ที่ไม่มีเครื่อง Spirometry ให้วินิจฉัยด้วย ประวัติ + อาการ + CXR และส่งยืนยันที่ รพท. ตามรอบนัด

📊 การประเมินความรุนแรง (mMRC, CAT & GOLD 2024 ABE)

ระบบจัดกลุ่มผู้ป่วยเพื่อเลือกสูตรยาพ่นควบคุมอาการตามมาตรฐานสากล GOLD 2024 (Group A, B, E)

1. ระดับความเหนื่อย: mMRC Dyspnea Scale (แตะเลือก 1 ข้อ)

Grade 0
เหนื่อยเฉพาะเวลาออกกำลังกายหักโหมหรือทำงานหนักมาก
Grade 1
เหนื่อยเมื่อเดินเร็วบนทางราบ หรือเดินขึ้นเนินชันเล็กน้อย
Grade 2
เดินบนทางราบช้ากว่าคนวัยเดียวกัน หรือต้องหยุดพักเหนื่อยเมื่อเดินตามปกติ
Grade 3
ต้องหยุดพักหายใจ หลังเดินบนทางราบได้ประมาณ 100 เมตร หรือไม่กี่นาที
Grade 4
เหนื่อยมากจนออกจากบ้านไม่ได้ หรือเหนื่อยแม้กระทั่งแต่งตัว/อาบน้ำ

2. ประวัติกำเริบเฉียบพลันในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (Exacerbation)

*หากเคยนอนโรงพยาบาลจาก AECOPD แม้เพียง 1 ครั้ง จะจัดเข้า Group E ทันที
จุดตัด: CAT < 10 (อาการน้อย) | CAT ≥ 10 (อาการมาก)
การจัดกลุ่มตาม GOLD 2024 / สมาคมอุรเวชช์ฯ
Group B
อาการมาก • ความเสี่ยงกำเริบต่ำ (mMRC ≥ 2)
mMRC Grade: 2 | ประวัติกำเริบ: 0-1 ครั้ง
🎯 คำแนะนำการเริ่มยาพ่นตามกลุ่มผู้ป่วยใน รพ.เจริญศิลป์:
กำลังประมวลผลคำแนะนำ...
💡 บทบาทของ Blood Eosinophils ในการเลือกใช้ ICS:
• Eos ≥ 300 cells/μL หรือมีประวัติหอบหืดร่วมด้วย (ACO): ได้ประโยชน์สูงจากการเพิ่ม ICS ร่วมกับ LABA/LAMA
• Eos < 100 cells/μL: ไม่แนะนำให้ใช้ ICS เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงปอดอักเสบติดเชื้อ (Pneumonia) โดยไม่ช่วยลดการกำเริบ

🎯 การประเมินสมรรถภาพปอดด้วย Peak Flow และแนวทางปรับยา (รพ.เจริญศิลป์)

คำนวณ % Predicted Peak Flow (PEFR) ตามสูตรอ้างอิงคนไทย (Siriraj, Dejsomritrutai et al. 2000) ร่วมกับ Traffic Light Action Plan

1. ข้อมูลผู้ป่วยและค่า Peak Flow ที่วัดได้

👨 เพศชาย (Male)
👩 เพศหญิง (Female)
ช่วงอายุอ้างอิงคนไทย 15 - 90 ปี
วัดส่วนสูงจริงโดยไม่สวมรองเท้า
L/min
ให้ผู้ป่วยเป่า 3 ครั้ง แล้วเลือก ค่าที่ดีที่สุด (Highest of 3 attempts)
ระบบจะนำระดับยาปัจจุบันมาคำนวณการ Step-up หรือ Step-down
📊 ข้อมูลเสริม (ถ้ามีผลตรวจ Spirometry):
คำนวณ % Predicted FEV1 เทียบสมการศิริราชอัตโนมัติ

2. ผลการประเมินและแถบ Traffic Light

สัดส่วนเทียบค่ามาตรฐานคนไทย (% Predicted PEF)
63 %
🟡 Yellow Zone (50 - 79%) • สมรรถภาพปอดลดลง
🔴 Red (<50%) 🟡 Yellow (50-79%) 🟢 Green (≥80%)
Predicted PEFR (คนไทย)
507 L/min
(8.45 L/s)
เป่าได้จริง / เกณฑ์เป้าหมาย 80%
320 / 406 L/min
ขาดอีก 86 L/min สู่ Green
Predicted FEV1 (คนไทย)
2.58 L
Dejsomritrutai 2000
Predicted FVC (คนไทย)
3.58 L
Dejsomritrutai 2000
📚 อ้างอิงสมการถดถอยคนไทย (Siriraj Reference Equation):
Dejsomritrutai W, Nana A, Maranetra KN, et al. Reference Spirometric Values for Healthy Lifetime Nonsmokers in Thailand. J Med Assoc Thai 2000; 83: 457-466.

💊 แผนการปรับยาและแนวทางปฏิบัติเฉพาะราย (Personalized Action Plan)

🟡 คำแนะนำสำหรับ Yellow Zone (50 - 79% predicted)

🚦 แผนภูมิเปรียบเทียบ Traffic Light Zone สำหรับคลินิก COPD รพ.เจริญศิลป์

🟢 Green Zone (≥ 80%)

สมรรถภาพปอดดี / คุมโรคได้เสถียร

  • การปรับยา: คงยาควบคุมเดิมไว้ (Maintain therapy)
  • พิจารณา Step-down: หากสงบดี ≥ 6 เดือน อาจถอน ICS ออก เหลือ Spiriva (LAMA) เดี่ยว เพื่อลดความเสี่ยงปอดอักเสบ
  • ยาฉุกเฉิน: Salbutamol MDI พ่นเฉพาะเวลาจำเป็น (ผ่าน Spacer)
  • ติดตาม: นัดคลินิก COPD รพ.เจริญศิลป์ ทุก 3 เดือน

🟡 Yellow Zone (50 - 79%)

สมรรถภาพปอดลดลง / หลอดลมตีบปานกลาง

  • เพิ่มยาบรรเทา: Salbutamol 2-4 puffs ทุก 4-6 ชม. ผ่าน Spacer
  • Step-up Controller: Spiriva LAMA → เพิ่ม Seretide 50/250 หรือ Seroflo 125 (+ Spacer) เป็น Triple therapy
  • Steroid กิน 5 วัน: หากเหนื่อยเพิ่มหรือเสมหะข้น ให้ Prednisolone 30-40 mg/วัน นาน 5 วัน (ไม่ต้อง taper)
  • ติดตาม: ประเมินซ้ำ 48-72 ชม. หรือนัด 1-2 สัปดาห์

🔴 Red Zone (< 50%)

ภาวะวิกฤต / กำเริบรุนแรง (AECOPD Alert)

  • ส่ง ER รพ.เจริญศิลป์ ทันที: พ่น Salbutamol หรือ Berodual Nebulizer ทุก 20 นาที x 3 doses
  • ควบคุมออกซิเจน: Target SpO2 88 - 92% ระวัง CO2 Narcosis
  • Systemic Steroids: Dexamethasone 5 mg IV หรือ Prednisolone 40 mg PO stat
  • ยาฆ่าเชื้อ: ให้ ATB หากมีเสมหะข้นและเหนื่อยเพิ่มขึ้น
  • ส่งต่อ รพท.: หากไม่ตอบสนองต่อยาพ่น 3 ครั้ง หรือหายใจล้มเหลว

💊 คู่มือการสั่งยาใน รพ.เจริญศิลป์ (Charoen Sin Hospital Drug Formulary)

รายการยาพ่นและยากินที่มีใน รพ.เจริญศิลป์ พร้อมแนวทางการใช้และตัวอย่างคำสั่งยา HosxP

🏥 บัญชียาพ่นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รพ.เจริญศิลป์:
• LAMA (Long-acting Antimuscarinic): Spiriva HandiHaler (Tiotropium 18 mcg DPI)
• ICS/LABA (สูตรผสมควบคุมอาการ): Seretide 50/250 mcg Accuhaler (DPI) และ Seroflo 125 Inhaler (MDI)
• ICS (สเตียรอยด์เดี่ยว): Budesonide Inhaler (200 mcg MDI)
• SABA / SAMA (ยาบรรเทาอาการฉุกเฉิน): Salbutamol MDI (100 mcg) และ Berodual MDI / Nebule

1. Spiriva HandiHaler (Tiotropium bromide 18 mcg DPI)

ยาหลักอันดับหนึ่งสำหรับ COPD (First-Line Long-acting Bronchodilator) • กลุ่ม LAMA
LAMA • ยาควบคุมหลัก
  • กลไกและข้อบ่งใช้: ขยายหลอดลมนาน 24 ชั่วโมง ลดอาการเหนื่อย ลดความถี่ของการกำเริบ (Exacerbation) และลดการนอน รพ. ได้ดีที่สุด
  • ขนาดยาและวิธีใช้: สูดพ่น 1 แคปซูล ทางปาก วันละ 1 ครั้ง ตอนเช้า (เวลาเดียวกันทุกวัน สม่ำเสมอ)
  • เทคนิคการใช้ HandiHaler: ใส่แคปซูลลงในช่อง กดปุ่มเจาะแคปซูล 1 ครั้ง แล้วให้ผู้ป่วย สูดหายใจเข้าทางปากลึกๆ แรงๆ สม่ำเสมอ (จะได้ยินเสียงแคปซูลสั่น) จากนั้นกลั้นหายใจ 5-10 วินาที แล้วสูดซ้ำอีก 1 ครั้งเพื่อให้ยาหมดแคปซูล
  • ข้อควรระวัง: ห้ามกลืนแคปซูลเด็ดขาด, ระวังในผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตปัสสาวะขัด (BPH) และต้อหินมุมปิด (Narrow-angle glaucoma)
ตัวอย่างการสั่งยา Spiriva (คัดลอกลง HosxP):
• Spiriva HandiHaler (Tiotropium 18 mcg) : สูดพ่น 1 แคปซูล ทางปาก วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเช้า [จำนวน 30 แคปซูล]

2. Seretide 50/250 mcg Accuhaler (Salmeterol 50 + Fluticasone 250 mcg)

ยาผสมคู่ ICS + LABA ชนิดผงแห้งสูดทางปาก (Dry Powder Inhaler: DPI 60 Doses)
ICS/LABA • ชนิด DPI
  • ส่วนประกอบ: Salmeterol xinafoate 50 mcg (LABA) + Fluticasone propionate 250 mcg (ICS)
  • ข้อบ่งใช้: ผู้ป่วย COPD ที่มีอาการเหนื่อยมาก หรือมีประวัติกำเริบ ≥ 2 ครั้ง/ปี (Group E) หรือมีประวัติหอบหืดร่วมด้วย (Asthma-COPD Overlap) หรือ Blood Eosinophils ≥ 300 cells/μL
  • ขนาดยาและวิธีใช้: สูดพ่น 1 puff ทางปาก วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า - เย็น
  • เทคนิคการใช้ Accuhaler: เลื่อนคันโยกเปิดช่องสูบ ดันคันโยกขึ้นจนมีเสียงคลิก ผู้ป่วยหายใจออกให้สุดแล้ว สูดเข้าทางปากเร็ว แรง และลึก กลั้นหายใจ 10 วินาที
  • ⚠️ ข้อควรระวังสำคัญมาก: ต้องบ้วนปากและกลั้วคอทิ้งทุกครั้งหลังพ่น ป้องกันเชื้อราในช่องปาก (Oral candidiasis) และเสียงแหบ
ตัวอย่างการสั่งยา Seretide Accuhaler (คัดลอกลง HosxP):
• Seretide Accuhaler (50/250 mcg) : สูดพ่น 1 puff ทางปาก วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น (บ้วนปากและกลั้วคอทิ้งหลังพ่นยาทุกครั้ง) [จำนวน 1 ตลับ]

3. Seroflo 125 Inhaler (Salmeterol 25 + Fluticasone 125 mcg MDI)

ยาผสมคู่ ICS + LABA ชนิดละอองลอยแรงดัน (Metered Dose Inhaler: MDI 120 Puffs)
ICS/LABA • ชนิด MDI (ใช้คู่ Spacer)
  • ส่วนประกอบ: Salmeterol 25 mcg + Fluticasone propionate 125 mcg ต่อ 1 puff
  • ขนาดยาสำหรับ COPD: สูดพ่น ครั้งละ 2 puffs วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า - เย็น (เทียบเท่ากับ Salmeterol 50 mcg + Fluticasone 250 mcg ต่อครั้ง เท่ากับ Seretide 50/250 พอดี)
  • ⭐ จุดเด่นทางคลินิกใน รพ.เจริญศิลป์: เป็นยาพ่นชนิด MDI จึง สามารถใช้ร่วมกับกระบอกพ่นยา (Spacer) ได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่แรงสูดน้อย (Inspiratory effort ไม่พอสำหรับ Accuhaler/HandiHaler)
  • วิธีพ่น: เขย่ากระบอก ต่อเข้า Spacer กดพ่น 1 puff แล้วสูดหายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ กลั้นหายใจ 10 วินาที จากนั้นรอ 30-60 วินาทีแล้วพ่น puff ที่ 2 และบ้วนปากทิ้ง
ตัวอย่างการสั่งยา Seroflo 125 (คัดลอกลง HosxP):
• Seroflo 125 Inhaler (MDI) : สูดพ่น 2 puffs ทางปาก วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น ร่วมกับกระบอกพ่นยา (Spacer) เสมอ (บ้วนปากหลังพ่น) [จำนวน 1 กระบอก]
• AeroChamber / Spacer : กระบอกพ่นยาสำหรับต่อยา MDI [จำนวน 1 อัน]

4. Budesonide Inhaler (200 mcg MDI)

ยาสเตียรอยด์สูดพ่นเดี่ยว (Inhaled Corticosteroid: ICS) • ชนิด MDI 200 doses
ICS เดี่ยว • ชนิด MDI
  • ข้อบ่งใช้: ใช้ควบคุมการอักเสบในทางเดินหายใจ สำหรับผู้ป่วยที่มีประวัติ Asthma ร่วมด้วย หรือใช้เสริมร่วมกับ LABA/LAMA
  • ขนาดยาและวิธีใช้: สูดพ่น ครั้งละ 1 - 2 puffs วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า - เย็น (ผ่านกระบอกพ่นยา Spacer เสมอ)
  • คำแนะนำ: ในโรค COPD ไม่แนะนำให้ใช้ ICS เดี่ยวโดยไม่มี LABA/LAMA หากผู้ป่วยยังเหนื่อยควรปรับเป็น Seroflo 125 หรือ Seretide 50/250 หรือเพิ่ม Spiriva HandiHaler
  • ข้อควรระวัง: บ้วนปากและกลั้วคอทิ้งทุกครั้งหลังพ่นยา
ตัวอย่างการสั่งยา Budesonide Inhaler (คัดลอกลง HosxP):
• Budesonide Inhaler (200 mcg) : สูดพ่น 1-2 puffs ทางปาก วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น ผ่านกระบอกพ่น Spacer (บ้วนปากทุกครั้ง) [จำนวน 1 กระบอก]

5. ยาบรรเทาอาการฉุกเฉินและยารับประทานใน รพ.เจริญศิลป์

  • Salbutamol MDI (100 mcg): ยาพ่นขยายหลอดลมออกฤทธิ์เร็ว (SABA) สูดพ่น 1 - 2 puffs เวลามีอาการเหนื่อย ทุก 4 - 6 ชั่วโมง (สูดผ่าน Spacer เสมอ)
  • Berodual MDI / Nebule (Fenoterol + Ipratropium): ขยายหลอดลมคู่ ใช้พ่นบรรเทาอาการ หรือใช้พ่นละอองฝอยในห้องฉุกเฉิน ER
  • Prednisolone (5 mg): สเตียรอยด์กินสำหรับภาวะกำเริบ AECOPD ให้ 30 - 40 mg (6-8 เม็ด) วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเช้า นาน 5 วัน (ไม่ต้อง taper หยุดได้ทันที)
  • Theophylline SR (200 mg): รับประทาน 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น (เป็นยาทางเลือกเสริม ระวังใจสั่น นอนไม่หลับ)
ตัวอย่างการสั่งยาบรรเทาอาการและยารับประทาน (คัดลอกลง HosxP):
• Salbutamol MDI (100 mcg) : สูดพ่น 2 puffs ทางปากเวลามีอาการเหนื่อย ทุก 4-6 ชั่วโมง (ผ่าน Spacer) [จำนวน 1 กระบอก]
• Prednisolone (5 mg) : รับประทานครั้งละ 6-8 เม็ด (30-40 mg) วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเช้า นาน 5 วัน (หยุดได้ทันที ไม่ต้องค่อยๆ ลดยา) [จำนวน 30-40 เม็ด]

🚨 แนวทางการรักษา AECOPD ในห้องฉุกเฉินและตึกผู้ป่วยใน (ER/IPD Protocol)

แนวทางการดูแลภาวะกำเริบเฉียบพลันตามเกณฑ์สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2565 & GOLD 2024

⚡ กฎเหล็กการให้ออกซิเจน: ตั้งเป้า SpO2 88 - 92% เท่านั้น!
• ห้ามให้ออกซิเจนเข้มข้นสูงเกินไป (High-flow O2): การให้ $\text{SpO}_2 > 93-96\%$ จะไปยับยั้ง Hypoxic drive และทำให้หลอดเลือดปอดคลายตัว ส่งผลให้เกิด $\text{CO}_2$ Narcosis คั่งจนหมดสติและหยุดหายใจ
• การเริ่มออกซิเจน: ใช้ Nasal Cannula 1 - 2 LPM หรือ Venturi Mask 24% - 28% แล้วปรับไตรเตรทให้ $\text{SpO}_2$ อยู่ระหว่าง 88 - 92%

1. ยาพ่นฝอยละอองขยายหลอดลม (Nebulization)

  • Berodual nebule หรือ Salbutamol nebule 1 nebule พ่นด้วยออกซิเจนหรือเครื่องอัดอากาศ ทุก 20-30 นาทีใน 1 ชั่วโมงแรก
  • จากนั้นประเมินซ้ำ หากดีขึ้นให้พ่นทุก 2 - 4 ชั่วโมง

2. ยาสเตียรอยด์ (Systemic Corticosteroids 5 วัน)

  • Oral Prednisolone: 30 - 40 mg/day วันละ 1 ครั้ง นาน 5 วัน (ไม่จำเป็นต้องให้นานกว่า 5 วัน และไม่ต้องค่อยๆ ลดยา Tapering)
    *อ้างอิง: งานวิจัย REDUCE trial & GOLD 2024 การให้ 5 วัน ได้ผลเท่ากับ 14 วัน แต่ผลข้างเคียงน้อยกว่าชัดเจน*
  • หากผู้ป่วยกินไม่ได้หรือหอบรุนแรง: ให้ IV Hydrocortisone 100 mg ทุก 6-8 ชม. ใน 24-48 ชม. แรก แล้วรีบเปลี่ยนเป็นยากินให้ครบ 5 วัน

3. ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics 5 วัน)

ให้ยาปฏิชีวนะเมื่อมี อาการสำคัญครบ 3 ข้อ หรือ 2 ข้อโดยมีเสมหะเปลี่ยนสีเป็นหนอง (Anthonisen Criteria):

  • (1) เหนื่อยหอบมากขึ้น
  • (2) ปริมาณเสมหะมากขึ้น
  • (3) เสมหะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง/เขียวขุ่น (Purulent sputum)

สูตรยาปฏิชีวนะแนะนำใน รพ.เจริญศิลป์ (กินนาน 5 วัน):

  • Amoxicillin/Clavulanate: 1,000 mg (1 g) วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน หรือ
  • Azithromycin: 500 mg วันแรก จากนั้น 250 mg วันละ 1 ครั้ง วันที่ 2-5 (รวม 5 วัน) หรือ
  • Doxycycline: 100 mg วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน

4. ข้อบ่งชี้ในการใส่ท่อช่วยหายใจ / ส่งต่อ รพท.

  • หายใจเหนื่อยรุนแรง ใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจ (Accessory muscles), หายใจแบบ Paradoxical
  • ซึม สับสน กระสับกระส่าย (Signs of $\text{CO}_2$ Narcosis / Encephalopathy)
  • $\text{SpO}_2 < 88\%$ แม้ให้ออกซิเจนเต็มที่แล้ว
  • ผลตรวจเลือด ABG พบภาวะกรดรุนแรง ($\text{pH} < 7.25 - 7.30$) หรือ $\text{PaCO}_2 > 60\text{ mmHg}$

🛡️ การดูแลต่อเนื่องในคลินิก COPD & เกณฑ์ส่งต่อ (Clinic Care & Referral)

การดูแลแบบไม่ใช้ยา (Non-pharmacological), การฟื้นฟูสมรรถภาพปอด และระบบสร้างข้อความส่งตัว

📋 เช็คลิสต์คุณภาพการตรวจในคลินิก COPD รพ.เจริญศิลป์

1. การช่วยเลิกบุหรี่ (Smoking Cessation: 5A's)

  • Ask: ถามประวัติการสูบบุหรี่ทุกครั้งที่มาตรวจ
  • Advise: แนะนำให้เลิกอย่างจริงจัง ชี้ให้เห็นว่าการเลิกบุหรี่เป็นวิธีเดียวที่ชะลอการเสื่อมของปอดได้จริง
  • Assess: ประเมินความพร้อมในการเลิก
  • Assist: ให้คำปรึกษา แนะนำแผ่นแปะ/หมากฝรั่งนิโคติน หรือยาลดความอยากบุหรี่
  • Arrange: นัดติดตามผลการเลิกบุหรี่ต่อเนื่อง

2. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine): ฉีดปีละ 1 ครั้ง ช่วงก่อนฤดูฝน (ลดอัตราการนอน รพ. ได้ชัดเจน)
  • วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine): แนะนำ PCV20 หรือ PCV15 ตามด้วย PPSV23 ในผู้ป่วยอายุ ≥ 65 ปี หรือผู้ป่วย COPD ทุกราย

3. การสอนเทคนิคการหายใจและการใช้กระบอกพ่น (Spacer)

  • Pursed-lip Breathing: สูดหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ 2 วินาที แล้วห่อปากเป่าลมออกทางปากช้าๆ 4 วินาที (ช่วยลดแรงต้านในหลอดลมและลดลมคั่ง)
  • Diaphragmatic Breathing: ฝึกหายใจเข้าให้ท้องป่อง หายใจออกให้ท้องแฟบ
  • Inhaler Technique Check: ตรวจดูวิธีพ่นยาทุกครั้ง และเน้นย้ำให้ใช้ร่วมกับ Spacer สำหรับยา MDI

📋 ระบบสร้างข้อความส่งตัว (COPD Referral Note Generator)

รวบรวมข้อมูลการประเมิน mMRC, กลุ่ม ABE, ประวัติกำเริบ และยาพ่น เพื่อคัดลอกลงในใบส่งตัวหรือ HosxP